จับแก๊งพนันกำถั่ว ตุ๋นทรัพย์เหยื่อกว่า 10 ล้าน ส่งทีม 500 คนหลอกชาวบ้าน!


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัลชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมบัติ ศิริชัยเดช พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ร่วมกันแถงข่าวผลการจับกุมนายสุรกฤช หรือ ชัย ศิลมัฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 845/2554 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2554 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่ว พร้อมของกลางแก้วน้ำจำนวน 1 ใบ จานรองจำนวน 1 ใบ และเมล็ดแตงจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ได้ร่วมกันจับกุมนายสุรกฤช ภายหลังที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวน 2 ราย ต่อมาผู้ต้องหาได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 6,681,000 บาท ให้ทางผู้เสียหายเพิกถอนการแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติฉ้อโกงในหลายพื้นที่ จึงส่งมอบให้ทางสน.มีนบุรี เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายจตุพล ศีลมัฐ นายเอ และนางเพ็ญ ซึ่งมีผู้เสียหาย คือ นางรัตนา มากิตะ อายุ 48 ปี อยู่ ต.ลำผักกูด อ.ธัญญะ จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังที่ถูกแก๊งดังกล่าว ฉ้อโกงเงินสดจำนวนกว่า 5 แสนบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมผู้เสียหายมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ด้านนางรัตนา ให้การว่า เมื่อปี 53 ที่ผ่านมา นายเอ ได้ติดต่อชักชวนให้ตนหาที่ดินเพื่อขายให้กับนายนายจตุพล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อขายได้ จะให้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้พาตนพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดไปบ้านของนางเพ็ญ ซึ่งอยู่แถวย่านมีนบุรี กระทั่งนายจตุพล ได้นำเงินออกมาโชว์เพื่อตกลงซื้อขายกันแต่อ้างว่าเงินไม่พอต้องออกไปหามาเพิ่ม

ในระหว่างที่รอผู้ต้องหาที่เหลือ จึงออกอุบายให้เล่นพนันกำถั่วเพื่อหวังเอาเงินจากจากนายจตุพล แต่ต้องร่วมลงทุนกันคนละ 5 แสนบาท ซึ่งตนไม่มีเงินสดเพียงพอ ผู้ต้องหาจึงหลอกล่อให้ตนนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎฟ 6768 กรุงเทพมหานคร ไปเข้าโรงรับจำนำหลังจากนั้นร่วมกันเล่นพนันกำถั่วเพียงแค่ 3 ครั้ง ตนก็เงินหมด หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้พากันแยกย้ายหลบหนีไป

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนพร้อมพวกเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อเหตุมาแล้วประมาณ 10 ปี ได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์จะแบ่งทีมงานออกเป็น 4 ราย โดยมีแก๊งร่วมกันจำนวนกว่า 400-500 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ตระหนักอย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากพบเบาะแสแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ให้รีบโทรแจ้งสถานีตำรวจใกล้เคียง หรือ สายด่วน 1559 พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากพบผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” รรท.รองผบ.ตร. กล่าว

Please follow and like us:
0