นินทารุ่นพี่!มาฟังสองแสบ ลินการ์ด,แรชฟอร์ด ให้ฉายารุ่นใหญ่ในทีมผีว่าไง

แสบใช่ย่อยสำหรับ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด สองตัวเกรียนแห่งทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ออกมาเผยถึงฉายาของพี่ๆในทีมโดยทั้งคู่ได้ตั้งฉายาให้กับบรรดารุ่นพี่ในทีมเกือบครบทุกคน ไล่ตั้งแต่ เวนย์ รูนี่ย์, ฆวน มาต้า และแม้แต่ รุ่นใหญ่จัดๆอย่าง​ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็ยังไม่รอดในการตั้งฉายาสนุกๆจากทั้งคู่ที่ออกมาแฉกันอย่างสนุกสนานด้วย โดยทั้งคู่ได้พูดถึงเพื่อนร่วมทีมเอาไว้ดังนี้พอล ป็อกบาลินการ์ด: Midfi (คำสั้นๆที่ถูกย่อมาจาก midfield)

ฆวน มาต้าลินการ์ด: ซ้ายเวทมนต์ ถ้าเขาเห็นคุณวิ่งนะ เขาจะจ่ายบอลเหมือนเสิร์ฟใส่จานให้คุณเลยแรชฟอร์ด: เขาหาพื้นที่ว่างได้ดีเสมอและตื่นตัวตลอดเวลา พยายามเป็นส่วนสำคัญของเกม และเขาช่วยนักเตะแบบพวกเราไว้เยอะอองโตนี่ มาร์กเซียลแรชฟอร์ด: เราตลกดีนะ แต่เขาไม่ค่อนพูดภาษาอังกฤษ แต่เขาเป็นคนตลกมากๆลินการ์ด: เขายังชอบทำหน้าตายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ปีที่แล้วเขาทำผลงานสุดยอดปีนี้ก็เช่นกันซลาตัน อิบราฮิโมวิชแรชฟอร์ด: เขาคืออสูร ในทุกๆส่วนเขามีความคิดที่ยิ่งใหญ่เหมือนลักษณะของเขาเลยลินการ์ด: พระเจ้า!เวนย์ รูนี่ย์ลินการ์ด: ตำนาน คือคำเดียวที่เราจะพูดถึงเขา ในทุกๆสิ่งที่เขาทำเพื่อสโมสร เขาตั้งมาตรฐานไว้สูงและทำให้ทุกคนอยากจะไล่ตามดาบิด เดเคอาแรชฟอร์ด:

หนึบ! เราเรียกเขาว่าเจ้าถุงมือหนึบลินฟาร์ด: ผมว่าเขาเหมือนเครื่องบิน ที่บินไปมาในอากาศจับโน้นนี่เสมอเอริค ไบญี่แรชฟอร์ด: นักรบ!คริส สมอลลิ่งลินการ์ด: เดอะวอยซ์ เพราะเขาพูดอยู่ตลอดเวลาแรชฟอร์ด: บางครั้งมันยากสำหรับเขาเมื่อต้องเล่นกับกองหลังที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ เมื่อเขาเล่นกับ ไบญี่ หรือ โรโฮ แต่เขาก็เป็นคนที่พูดได้ดีดาลี่ย์ บลินด์ลินการ์ด: จอมนิ่ง

“เทอร์รี” ถูกปล้นคฤหาสน์ระหว่างไปพักผ่อน

เคลาดิโอ รานิเอรี่ (แฟ้มภาพ AFP)คุยนอกจอ โดย เอกราช เก่งทุกทาง: เลสเตอร์ผิดไหม?
สื่อแดนผู้ดี ระบุ จอห์น เทอร์รี ปราการหลังของทีม เชลซี ถูกปล้นคฤหาสน์ส่วนตัว ระหว่างไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว
กองหลัง เชลซี จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าเพิ่งจะถูกโจรบุกเข้าไปกวาดทรัพย์สินในคฤหาสน์ขนาด 7 ห้องนอนย่านเซอร์รีย์ในระหว่างที่เจ้าตัวยกโขยงครอบครัวไปพักผ่อนวันหยุดด้วยการเล่นสกี โดยตำรวจในท้องที่ยืนยันว่าเกิดเหตุยกเค้าในอาคารหลังหนึ่ง ณ หมู่บ้านอ็อกซ์ชอตต์จริงเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของอังกฤษ

โฆษกตำรวจเซอร์รีย์กล่าวว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่ามีการลักทรัพย์ในเคหสถานยามวิกาลเกิดขึ้น ที่บ้านหลังหนึ่งในโมลส์ ฮิลล์, อ็อกซ์ชอตต์, ช่วงกลางคืนระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์”

นอกจากนั้นมีการระบุเพิ่มเติมว่า แก๊งโจรน่าจะบุกเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว ก่อนหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลพร้อมกับทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ในช่วงที่อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ วัย 36 ปี ออกไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดกับญาติๆ

ท่าน ว.วชิรเมธี ดูสถานที่ฌาปนกิจสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ

จากกรณีที่นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ อายุ 91 ปี น้องสาวพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยหลานชาย และคณะกรรมการวัดบ้านไร่ เข้าพบอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อขอนำสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่ แต่อธิการบดีไปราชการ จึงมอบหมายให้นายธัญญา ภักดี ผอ.กองกลาง ม.ขอนแก่น รับเรื่องไว้ ในขณะที่คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มข.ยืนยันว่า คณะแพทย์จะดำเนินการทุกอย่างตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2560 นายยอดยิ่ง จันทนพิมพ์ นายกเทศมนตรีเมืองศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้นำ ท่าน ว วชิรเมธี พร้อมด้วย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ดาราดังช่อง 7 สี หรือ ศิลปินไทยหัวใจโพธิสัตว์ พร้อมคณะที่มาร่วมทอดผ้าป่ากตัญญู ณ วัดป่ามหาวนาราม (บ้านโนนม่วง) ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาดูสถานที่เตรียมก่อสร้างสถานที่ฌาปนสถานสรีระสังขารหลวงพ่อคูณที่อยู่ด้านทิศเหนือ ภายในพุทธมณฑลอีสานขอนแก่น ริมถนนเลี่ยงเมือง บ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น

นายยอดยิ่ง จันทนพิมพ์ นายกเทศมนตรีเมืองศิลา กล่าวว่า ตอนนี้การขอใช้สถานในบริเวณพุทธมณฑลอีสานขอนแก่นเพื่อดำเนินการเตรียมก่อสร้างสถานที่ฌาปนสถานสรีระสังขารหลวงพ่อคูณได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ไปที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดได้ดำเนินการไปที่ส่วนกลางตามขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ท่าน ว วชิรเมธี กล่าวว่า หลวงพ่อคูณเป็นพระผู้ใหญ่เป็นพระมหาเถระที่น่ายกย่อง เพราะท่านเป็นพระผู้ให้ ดังนั้นจะนำสรีระสังขารของท่านมาฌาปนสถานที่พุทธมณฑลอีสานขอนแก่นถูกต้อง และเหมาะสมอย่างมาก เพราะครั้งสุดท้ายของท่านก็ให้กับลูกหลานที่เป็นนักศึกษาแพทย์ด้วยการเป็นครูใหญ่และอาจารย์ใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น หลวงพ่อคูณจึงเป็นตัวอย่างบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม สมัยท่านเป็นพระสงฆ์ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ท่านเป็นพระผู้ให้มาตลอดชีวิต ซึ่งท่านยึดสันโดษ สมถะ และเสียสละเพื่อมวลชน ซึ่งท่านทำให้ชีวิตของตนเองมีประโยชน์กับผู้อื่น และสังคมมาโดยตลอด ตามที่ท่านบอกว่า “ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งให้ทั้งหมดมันยิ่งได้”

ท่าน ว วชิรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้สถานที่พุทธมณฑลอีสานขอนแก่น อาตมาเห็นว่าเหมาะสมอย่างมาก เพราะ 1.กว้างพอรองรับคลื่นมหาชน 2.ในการจัดงานต้องคำนึงถึงสมณะสารูป คือ ให้มีความเรียบง่าย เหมาะควรเป็นงานของพระสงฆ์ 3.ต้องระมัดระวังในสรีระสังขารของท่าน ซึ่งท่านเกรงมาโดยตลอดในเรื่องกลุ่มผลประโยชน์ที่จะมาหาประโยชน์กับสรีระสังขารของท่านในเชิงพาณิชย์ ซึ่งหลวงพ่อคูณจะเขียนล้อมหน้าล้อมหลังไว้หมดว่าอย่าให้ใครมาเอาประโยชน์กับสังขารของกู

“ดังนั้นต้องดูพินัยกรรมให้ชัดเจนและยึดถือตามพินัยกรรมที่ยุติ หรือ เป็นฉบับสุดท้ายก็ต้องยึดฉบับนั้น แต่ว่ามาดูสถานการณ์จริงแล้วมีความเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรอย่างไรก็ต้องไปปรึกษาหลวงพ่อพระผู้ใหญ่ ปรึกษานักปราชญ์ราชบัณฑิตของภาคอีสาน เพราะหลวงพ่อคูณเปรียบเสมือนเสาหลักของภาคอีสาน แต่สุดท้ายที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดต้องไปดูเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณที่ระบุไว้ในพินัยกรรม เรื่องจะเผาสรีระสังขารของท่านที่ไหน ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ว่าทำเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของท่านหรือไม่ ซึ่งท่านไม่ต้องการให้วุ่นวายแต่ให้เกิดประโยชน์กับคนรุ่นหลัง” ท่าน ว วชิรเมธี กล่าว

ท่าน ว วชิรเมธี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหลวงพ่อคูณเป็นคนของประชาชน ไม่ใช่ของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ดังนั้นสรีระสังขารของท่านจะฌาปนสถานที่ไหนจะต้องหารือร่วมกันกับคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาใหม่อีก 1 ชุด โดยมีผู้เกี่ยวข้องยอมรับและมาหารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติ โดยยึดตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณที่ระบุไว้ในพินัยกรรม เพราะหลวงพ่อคูณเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ ไม่ใช่จะมีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดจะมาอ้างสิทธิเป็นเจ้าของสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ เพราะประชาชนคนไทยเคารพหลวงพ่อคูณเป็นส่วนมาก ดังนั้นสรีระสังขารหลวงพ่อคูณหลังเสร็จสิ้นเป็นครูใหญ่หรืออาจารย์ใหญ่ไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรก็ต้องเป็นมติของคณะกรรมการกลางชุดใหม่ที่สังคมยอมรับได้เห็นสมควร แต่หัวใจสำคัญที่หลวงพ่อคูณระบุไว้ในพินัยกรรมต้องไม่นำสรีระสังขารของท่านไปก่อประโยชน์สิทธิผลในเชิงส่วนตัว หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะต้องนำเจตนารมณ์ของท่านที่ระบุไว้ในพินัยกรรมมาดำเนินการ อย่างไรก็ตามงานฌาปนสถานหลวงพ่อคูณจะต้องอยู่ในรูปแบบที่ง่ายคือไม่สิ้นเปลืองให้สมกับเป็นงานของพระ งาม คือ แต่ละสิ่งละอย่างจัดให้ดีอย่าให้เกิดความวุ่นวาย ธรรมดา คือ เป็นเทศนาสุดท้ายของหลวงพ่อคูณที่สอนคนไทยอีกกัณฑ์หนึ่ง.

คดีหมีตกฮ.ตายบนเขาใหญ่ ตั้งกก.สอบ พบไม่ได้ขออนุญาต-เผาทำลายซากแล้ว

กรณีลูกหมีควายหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พร้อมสัตวแพทย์ลำเลียงนำไปปล่อยในป่าลึกเพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามารบกวนชาวบ้าน

วันที่ 27 ก.พ. นายวิรัช จตุพนาพร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า จากผลรายงานเบื้องต้นได้รับการยืนยันจากสัตวแพทย์ที่ทำหน้าที่ฉีดยาสลบและนำหมีไปส่งในป่าลึก ว่าหมีไม่ได้ฟื้นขณะนำส่งอย่างแน่นอน แต่พบว่าห่วงที่คล้องกับตาข่ายที่หุ้มตัวหมีนั้นอ้าและหลุดออกมาจนทำให้ลูกหมีตกลงไปในป่า จึงคาดว่าเป็นความผิดพลาดด้านอุปกรณ์เครื่องมือมากกว่า จึงยังไม่อยากให้สังคมโทษว่าเป็นความผิดของใคร ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยากให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน แต่อยากให้เป็นการสอบสวนเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากทุกคนจ้องหาแต่คำตอบว่า ใครผิด ต่อไปเจ้าหน้าที่จะหมดขวัญกำลังใจ ไม่กล้าทำงานกัน

ผอ.สบอ.ที่1 (ปราจีนบุรี) กล่าวต่อว่า สำหรับหมีที่ตกเฮลิคอปเตอร์ วันที่ 13 ก.พ.ที่ได้ค้นหาและคาดหวังว่าหมีจะยังไม่ตาย โดยตรวจสอบจากสัญญาณดาวเทียมที่ฝั่งจีพีเอสไว้ในตัวหมี ก่อนจะเจอหมีประมาณวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าซากเริ่มเน่าแล้ว จึงเผาทำลายซากหมีตัวดังกล่าว ทั้งนี้ การปล่อยหมีคืนสู่ธรรมชาติ ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จ.สระแก้ว คงต้องยุติไว้ก่อน จนกว่าคณะกรรมการจะสอบสวนเสร็จสิ้น เพราะเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบต่อจิตใจของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ

“การปล่อยสัตว์คืนสู่พื้นที่ป่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเสือ หมี เจ้าหน้าที่จะต้องวางแผนการเคลื่อนย้ายอย่างดีแล้ว กรณีที่สามารถเคลื่อนย้ายทางรถยนต์ได้ก็จะสะดวกกว่า แต่กรณีที่ต้องปล่อยคืนสู่ป่าลึกเพราะเนื่อง จากกลัวสัตว์จะออกมารบกวนชาวบ้านอีก เฮลิคอปเตอร์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเคลื่อนย้ายสัตว์” นายวิรัช กล่าว

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ขณะนี้ สบอ. 1 ยังไม่ได้รายงานในรายละเอียดเกี่ยวเรื่องหมีตกเฮลิคอปเตอร์ให้ตนทราบ แต่ได้ตั้งผู้ตรวจราชการกรมอุทยานฯ เป็นประธานการตรวจสอบแล้ว เพราะอยากจะรู้รายละเอียดเหมือนกันว่าหมีตกลงมาได้อย่างไร เป็นเหตุสุดวิสัย หรือว่าอุบัติเหตุ มีแต่คำบอกเล่า ส่วนเรื่องที่ตั้งข้อสงสัยว่า การนำเฮลิคอปเตอร์ขนหมีไปปล่อยป่านั้น ได้ทำหนังสือขออนุญาตใครหรือไม่นั้น ตามระเบียบแล้วการขอใช้เฮลิคอปเตอร์ของ ทส. กรมอุทยานฯ โดยอธิบดีฯ จะเป็นคนทำหนังสือเพื่อขออนุญาตใช้เครื่องบินจากปลัด ทส. สำหรับการปฏิบัติภารกิจต่างๆ แต่ในกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มีการขออนุญาตใช้เฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่า อาจจะเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น เฮลิคอปเตอร์กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะพื้นที่อุทยานฯ เขาใหญ่นั้นจะต้องมีเฮลิคอปเตอร์ประจำการอยู่เสมอ 1 ลำ ซึ่งเรื่องนี้ จะเป็นหัวข้อหนึ่งที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงด้วย

เมื่อถามว่า ปกติแล้ว กรมอุทยานฯ มีการเอาสัตว์ไปปล่อยป่า โดยการขนส่งทางอากาศบ่อยหรือไม่ นายธัญญา กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่มีการนำหมีไปปล่อยในป่า ครั้งแรกทำเมื่อครั้งที่มีนายมาโนชน์ การพนักงานเป็นหัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ ส่วนข้อสงสัยว่า จริงหรือไม่ที่หมีไม่ได้ตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ตาย แต่ตายเพราะตกลงมาบนต้นไม้และถูกกิ่งไม้เสียบตาย นายธัญญา กล่าวว่า ตนก็ได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน แต่ยังไม่อยากสรุปอะไร รอให้ผลการสอบออกมาเสียก่อน เมื่อถามอีก ว่า หลังจากนี้ไป สถานภาพของ ผอ.สบ.อ.ที่ 1 และหัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่จะเป็นอย่างไร นายธัญญา กล่าวว่า รอให้ผลการสอบเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยก่อนค่อยมาสรุปอีกที.