ผลบอล : พิษร้ายใบแดง!! โด้ เบิ้ลสองตุงพา เรอัล มาดริด แซงดับ บาเยิร์น มิวนิค 10คน 2-1

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดแรก) คู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ ประจำค่ำคืน วันพุธที่ 12 เมษายน 2560 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค มีคิวเปิดสนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด ก่อนที่เกมนี้ “ราชันชุดขาว” จะเป็นฝ่ายเอาชนะเจ้าบ้าน “เสือใต้” ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่นาที 61 ไปด้วยสกอร์ 2-1
เกมในครึ่งเวลาแรก เปิดฉากมา “ราชันชุดขาว” หวิดจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะโขกขอก คาริม เบนเซม่า แต่ มานูเอล นอยเออร์ พุ่งปัดบอลไปชนคาน จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 25 เป็นโอกาสของ บาเยิร์น มิวนิค ที่มีจังหวะเตะมุม ธิอาโก้ อัลคันทาร่า โยนยาวมาให้ อาร์ตูโร่ วิดัล โขกเหน่งๆส่งบอลแสกหน้า เคย์เลอร์ นาบาส เข้าไปตุงตาข่ายเรียกเสียงเฮจากแฟนบอล “เสือใต้” ได้อย่างกึกก้องทั้งสนาม! ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้าน มาได้จุดโทษ การ์บาฆัล ไปทำแฮนด์บอล แต่ วิดัล ยิงข้ามคานทำให้จบ 45 นาทีแรก บาเยิร์น ยังคงเป็นฝ่ายขึ้นนำอยู่แค่ 1-0

ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมายังไม่ทันไร(นาที47) เรอัล มาดริด ก็มาทวงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะโฉบมายิงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ช่วยให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 หลังจากนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาอยู่ที่ใบแดงของ ฆาบี มาร์ติเนซ หลังไปโดนใบเหลืองที่สองจากการสกัดฟาวล์ใส่ โรนัลโด้ (นาที61) จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 77 “เสือใต้” 10 คนก็ต้านทานไม่อยู่ เมื่อมาโดน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แขย่เท้ายิงระยะเผาขนส่งบอลรอดใต้หว่างขา มานูเอล นอยเออร์ ช่วยให้ทีมพลิกกลับมานำเป็น 2-1 ช่วงเวลาที่เหลือ ทีมเยือน พยายามบุกหนักเพื่อตุนประตูชัยกลับไปเล่นใน เลกสอง แต่ยังจบสกอร์กันได้ไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 90 นาที “ราชันชุดขาว” เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยเหนือ บาเยิร์น มิวนิค ไปด้วยสกอร์ 2-1

ที่นี่อิตาลี! ‘ม้าลาย’ โหดเหี้ยมกระทืบ ‘บาร์ซา’ จมดิน 3-0 จ่อลิ่วชปล.


“ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส โชว์ฟอร์มโหดสมราคาราชันเจ้าบ้านไล่ถล่ม บาร์เซโลนา ไปแบบหมดสภาพ 3-0 โดยได้สองประตูจาก เปาโล ดิบาลา และอีกหนึ่งประตูจาก จอร์โจ คิเอลลินี จ่อเข้ารอบตัดเชือกศึกแชมเปียนส์ลีก…

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอลเลกแรกประจำวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมาเป็นการพบกันในคู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง “ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส มหาอำนาจลูกหนังเมืองมักกะโรนี เปิดสนามยูเวนตุส สเตเดียมต้อนรับการมาเยือนของ บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งประเทศสเปน

เกมนี้ทั้งสองทีมจัดเกมรุกเต็มพิกัดเจ้าบ้านส่ง กอนซาโล ฮิกัวอิน ยืนหน้าเป้าโดยมี เปาโล ดิบาลา, มาริโอ มานด์ซูคิช และ ฮวน กัวดราโด คอยช่วยผนึกกำลังเกมรุก ส่วนบาร์ซาวางสามผสาน MSN ลีโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ คอยล่าตาข่ายเช่นเดิม

เปิดฉากเกมขึ้นมาแค่ 7 นาที ยูเวนตุส ก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 ฮวน กัวดราโด ลากจี้มาก่อนไหลให้ เปาโล ดิบาลา จับก่อนพลิกตัวตวัดยิงบอลผ่านมือ สเตเกน เข้าไปเลย
เปาโล ดิบาลา ซัดประตูให้ม้าลาย

บาร์ซาเปิดโหมดเกมรุกบุกหนักและน่าได้ประตูตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 21 เมสซี แทงทะลุช่องให้ อิเนียสตา หลุดเดี่ยวไปยิงแต่ บุฟฟอน เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ

พอไม่ได้ประตูตีเสมอกลายเป็นม้าลายได้ประตูหนีห่าง 2-0 ในอีกหนึ่งนาทีต่อมาจากลูกโต้กลับ มาริโอ มานด์ซูคิช ลากถึงเส้นหลังก่อนตบให้ เปาโล ดิบาลา ปั่นโค้งๆด้วยซ้ายบอลหนีมือ สเตเกน เข้าไปอย่างงามหยด
เปาโล ดิบาลา ซัดลูกที่สองให้ม้าลาย

บาร์ซา อยู่ไม่ได้แล้วเปิดเกมรุกต่อเนื่องนาทีที่ 30 เมสซี ทำชิ่งกับ ซัวเรซ ก่อนแตะหลบบุฟฟอนยิงเข้าไปแต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้าซะอย่างนั้น

จากนั้น บาร์ซา ยังปูพรมอยู่ฝ่ายเดียวแต่ทำอะไรยังไม่ได้ จบครึ่งแรก ยูเวนตุส ออกนำ บาร์เซโลนา 2-0

เข้าสู่ครึ่งหลังบาร์ซายังบุกต่อแต่นาทีที่ 55 เป็นเจ้าบ้านที่คมกว่าได้ประตูหนีห่าง 3-0 จากลูกเตะมุม มิราเล็ม ปานิช เปิดไปเสาสองให้กับ จอร์โจ คิเอลลินี เบียดมาสเคราโน ได้ก่อนโขกย้อนสองชนเสาเข้าประตูตุงตาข่าย
จอร์โจ คิเอลลินี ฉลองประตูปิดกล่องให้กับม้าลาย

บาร์ซา ยิงไงก็ไม่เข้านาทีที่ 68 ได้โอกาสทองอีกครั้ง หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ บุฟฟอน แต่ก็ยังยิงติดเซฟนายด่านจอมเก๋ารายนี้อยู่ดี

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมการแข่งขัน ยูเวนตุส เปิดบ้านถล่ม บาร์เซโลนา ขาดลอย 3-0 โอกาสเข้ารอบต่อไปสดใสเหลือเกิน ส่วนบาร์ซาต้องไปลุ้นกันต่อในเลกสองที่บ้านของพวกเขา โดยในรอบที่ผ่านมาเคยแพ้ เปแอสเช ในเลกแรก 0-4 แต่ก็พลิกกลับมาเอาชนะ 6-1 ผ่านเข้ารอบแบบปรากฎการณ์มาแล้ว

“เบาซา” โดน “อาร์เจนตินา” ไล่ออกแล้ว

เอดการ์โด เบาซา กุนซือวัย 59 ปี โดนไล่ออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นที่เรียบร้อย โดย เบาซา เข้ามาคุมทีมต่อจาก เกราร์โด มาร์ติโน ที่ลาออกไป หลังจากชวดแชมป์โคปา อเมริกา เมื่อเดือนส.ค. แต่พาทีมชนะได้แค่ 3 จาก 8 นัด และรั้งอันดับ 5 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้

อาร์เจนตินา อยู่ห่างจาก ชิลี ทีมอันดับ 4 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่จะเข้ารอบอัตโนมัติอยู่ 1 แต้ม และนำหน้า เอกวาดอร์ ซึ่งอยู่อันดับ 6 อยู่ 2 แต้ม หากจบอันดับ 5 ก็จะต้องเล่นเพลย์ออฟกับทีมโซนโอเชียเนีย แต่ อาร์เจนตินา จะไม่มี ลีโอแนล เมสซี ลงเล่น 3 นัดต่อไปจากการติดโทษแบน

ทั้งนี้เชื่อกันว่า ฮอร์เก ซัมเปาลี กุนซือของเซบีญา จะเข้าคุมทีมชาติอาร์เจนตินา เป็นคนต่อไป หลังจากตกเป็นข่าวลือด้วยมานานหลายสัปดาห์แล้ว

‪ด่วน!! ศาลอนุมัติหมายจับ ‘โชกุน’ ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
Taboola แนะนำโดย มากขึ้นสำหรับคุณ

งานกร่อย! เมื่อเอลกลาซิโก้จะขาดยอดนักเตะคนนี้เพราะติดโทษแบน

ศึกเอลกลาซิโก้ ระหว่าง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ดูจะกร่อยลงไปถนัดตาเมื่อมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่า เนย์มาร์ จะถูกลงโทษแบน 3 แมตช์ ทำให้อดเล่นเกมนัดดังกล่าวไปโดยปริยาย

ซูเปอร์สตาร์ชาวแซมบ้าเจอใบเหลืองสองใบกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกในเกมบุกพ่าย มาลาก้า 0-2 ความจริงแล้วเขาควรจะโดนแบนแค่เกมเดียวเท่านั้น ในเกมกับ เรอัล โซเซียดัด แต่ว่า เนย์มาร์ กลับไปทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับ คิล มานซาโน่ ผู้ตัดสิน ด้วยการปรบมือประชดประชัน ทำให้ถูกลงโทษย้อนหลัง และกลายเป็นการแบนเพิ่มถึง 3 นัด กลายเป็นว่าเขาจะพลาดช่วยทีมในการบุกทำศึก เอลกลาซิโก้ กับ เรอัล มาดริด รวมไปถึงเกมเปิดบ้านรับโอซาซูน่าด้วย

สำหรับเกมที่ เรอัล มาดริด จ่าฝูงจะพบกับ บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูงถือว่าเป็นเกมสำคัญระดับแย่งแชมป์ เพราะสองทีมมีคะแนนห่างกัน 3 คะแนน

ผลบอล : ต่างดาว เข้าขั้นโคม่า! ดิบาล่า ตะบันสองตุงพา ยูเวนตุส ถลกหนัง บาร์เซโลน่า 3-0

ผลบอล : ต่างดาว เข้าขั้นโคม่า! ดิบาล่า ตะบันสองตุงพา ยูเวนตุส ถลกหนัง บาร์เซโลน่า 3-0

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดแรก)

วันอังคารที่ 11 เมษายน 2560

ยูเวนตุส 3-0 บาร์เซโลน่า

ผู้ทำประตู : 1-0 ดิบาล่า น.7 / 2-0 ดิบาล่า น.22 / 3-0 คิเอลินี่ น.55

เวลา : 1.45 น.

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม
ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย (นัดแรก) ประจำค่ำคืน วันอังคารที่ 11 เมษายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง ยูเวนตุส มีคิวเปิดรังเหย้า ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ก่อนจะเป็นกองทัพ “ม้าลาย” ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ก่อนในเกมแรกด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-0

โดยเกมในครึ่งเวลาแรก เปิดฉากมายังไม่ทันไร เจ้าบ้าน ก็ได้ประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ฮวน กัวดราโด้ จ่ายมาให้ เปาโล ดิบาล่า จับบอลด้วยขวา ก่อนจะหมุนตัวมายิงด้วยซ้ายส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามในนาทีที่ 7 ถัดจากนั้นรูปเกมของ บาร์เซโลน่า ดูเหมือนจะยังไม่ฟื้นไข้ หลังจากที่มาโดน เปาโล ดิบาล่า คนเดิมเบิ้ลประตูที่สองเข้าไปในนาที 22 ทำให้จบครึ่งแรก ยูเวนตุส เป็นฝ่ายขึ้นนำ “เจ้าบุญทุ่ม” อยู่ที่ 2-0

ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมา รูปเกมของทั้งสองทีมยังคงสู้กันได้อย่างสนุกสูสี จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 55 เจ้าบ้าน ยูเวนตุส มาบวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 จากลูกเปิดเตะมุม มิราเล็ม ปานิช โยนยาวมาให้ จอร์โจ้ คิเอลินี่ โขกผ่านตัวประกบอย่าง ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ส่งบอลเข้าไปชนเสาก่อนจะเปลี่ยนทางมุดก้นตาข่ายอย่างง่ายดาย ช่วงเวลาที่เหลือ บาร์เซโลน่า พยายามเดินหน้าบุกหนักเพื่อหวังทวงประตู อเวย์โกล แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาที ยูเวนตุส เป็นฝ่ายเอาชนะ บาร์เซโลน่า ไปได้ก่อนในเลกแรกด้วยสกอร์ 3-0
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ยูเวนตุส : จานลุยจิ บุฟฟ่อน(GK), ดานี่ อัลเวส, จอร์โจ้ คิเอลินี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเล็กซ์ ซานโดร, ซามี่ เคดิร่า, มิราเล็ม ปานิช, ฮวน กัวดราโด้, เปาโล ดิบาล่า, มาริโอ มานด์ซูคิช, กอนซาโล่ ฮิกัวอิน

บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อันเดร แตร์ สเตเก้น(GK), เซร์กี้ โรแบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูเอล อุมตีตี้, เฌเรมี่ มาติเยอ, อีวาน ราคิติช, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, อันเดรียส อีเนียสต้า, ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เนย์มาร์

ไม่รอด! คณะวินัยฯลงดาบ “คัพฟ้า-โรดริโก้” 2นัด,ปรับแบนโค้ชโบ้-สก็อตต์ คูเปอร์

คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ศูนย์กีฬาหัวหมาก กรุงเทพมหานครฯ โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีเรื่องพิจารณา ดังนี้

จากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ในนาทีที่ 45+2 ได้ทราบเหตุการณ์ของการที่ผู้เล่นหมายเลข 24 นายคัพฟ้า บุญมาตุ่น สโมสรสุโขทัย เอฟซี ชกไปที่ใบหน้าของผู้เล่นหมายเลข 23 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สโมสรฟุตบอลราชนาวี นั้น มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากขณะที่สโมสรสุโขทัย เอฟซี ได้เตะโทษบริเวณหน้าเขตโทษของสโมสรฟุตบอลราชนาวี โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ได้ใช้ศอกซ้ายฟาดไปที่บริเวณใบหน้าของ นายคัพฟ้า บุญมาตุ่ม สโมสรสุโขทัย เอฟซี ก่อน

หลังจากนั้น นายคัพฟ้า บุญมาตุ่น สโมสรสุโขทัย เอฟซี จึงได้ตอบโตกลับด้วยการชกไปที่ใบหน้าของ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ล้มลง แล้วตบไปที่แขนและชี้หน้า โดยต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ เกิดจากการกระทำของ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ที่ศอกใส่ นายคัพฟ้า บุญมาตุ่ม ของสโมสรสุโขทัย เอฟซี ก่อน ซึ่งในขณะเกิดเหตุ ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน รวมทั้งผู้ชมโดยรอบส่วนใหญ่ไม่เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากอยู่นอกการเล่นของทั้งสองสโมสร จากนั้นผู้ตัดสินจึงได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาตักเตือนผู้เล่นทั้งสองคน และไม่ได้มีการคาดโทษใดๆ

ผลการพิจารณา

คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ ได้พิจารณาจากรายงานผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพเหตุการณ์ เห็นว่า ผู้เล่นทั้งสองคน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.19 ประกอบกับข้อ 1.1.2 (1) ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้เล่นมีการประพฤติผิดอย่างร้ายแรง เจตนาทำร้ายร่างกายบุคคลอื่น และ จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้ตัดสินจะต้องลงโทษผู้เล่นทั้งสองคนด้วยใบแดง กรณีนี้ผู้ตัดสินยังไม่ได้ลงโทษ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ปรากฏชัดเจนจากภาพเทปบันทึกภาพแข่งขัน ประกอบกับรายงานฯ จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ จะต้องลงโทษตามระเบียบดังกล่าวต่อไป

ผู้เล่นหมายเลข 23 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สโมสรฟุตบอลราชนาวี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.19 ประกอบกับข้อ 1.1.2 (1) พักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท

ผู้หมายเลข 24 นายคัพฟ้า บุญมาตุ่น สโมสรสุโขทัย เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.19 ประกอบกับข้อ 1.1.2 (1) พักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท

นาทีที่ 67 ผู้ตัดสิน ได้ออกมาคุยกับผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 จากนั้นจึงได้เดินไปที่ม้านั่งสำรองของสโมสรชลบุรี เอฟซี และได้เชิญ นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรชลบุรี เอฟซี ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ จากรายงานของผู้ตัดสิน นายจักรพันธ์ ปั่นปี ไม่พอใจการตัดสิน และได้ด่าผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 จึงได้เรียกผู้ตัดสิน มาคุย และได้แจ้งให้ทราบถึงถ้อยคำดังกล่าว จากนั้นผู้ตัดสิน จึงได้เชิญนายจักรพันธ์ ปั่นปี ขึ้นไปบนอัฒจันทร์

ผลการพิจารณา

การกระทำของ นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรชลบุรี เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 หลายบท จึงพิจารณาให้ลงโทษในบทหนัก ผิดตามข้อ 2.3 และ 2.7 ซึ่งบทลงโทษตามข้อ 2.7 เป็นบทลงโทษที่หนักกว่า จึงพิจารณาลงโทษ นายจักรพันธ์ ปั่นปี หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรชลบุรี เอฟซี ตามความผิดข้อ 2.7 ห้ามลงทำหน้าที่ครั้งต่อไป 2 นัด และ ปรับเงิน 40,000 บาท

ในนาทีที่ 30 ลูกฟุตบอลอยู่กลางสนาม มีการแย่งลูกฟุตบอลกันตามปกติของผู้เล่นทั้งสองทีม ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ แต่ สก็อตต์ คูเปอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสร อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ไม่ทราบว่าไม่พอใจ ด้วยเหตุผลใด ได้มีการเตะขวดน้ำในกรอบเขตเทคนิค 1 ขวด มีน้ำอยู่ประมาณครึ่งขวด กระเด็นไปด้านข้างสนามประมาณ 1 เมตร สก็อตต์ คูเปอร์ โดยมีพยานรู้เห็นเป็นผู้ควบคุมการถ่ายทอด ที่อยู่จากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร

ผลการพิจารณา

รายงานผู้ควบคุมการแข่งขัน เห็นว่าข้อเท็จจริงจากผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้อยู่จากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 เมตร และ จากข้อมูลที่ผู้ควบคุมการแข่งขัน สอบถามสาเหตุที่ สก็อตต์ คูเปอร์ เตะขวดน้ำในนาทีที่ 30 ซึ่งได้รับการยืนยันเพิ่มเติมว่า สก็อตต์ คูเปอร์ ได้ยอมรับในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้เหตุผลที่เตะขวดน้ำ เนื่องจากไม่พอใจฟอร์มการเล่นของทีมตนเอง จึงได้เจตนาเตะขวดน้ำเป็นการระบายอารมณ์ อย่างตั้งใจไม่ใช่อาการชั่วขณะ คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า สก็อตต์ คูเปอร์ ได้เตะขวดน้ำจริง คงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือกรณีการเตะขวดน้ำกระเด็นออกไปไกลประมาณ 1 เมตร ซึ่งในจุดดังกล่าวเป็นที่นั่งม้านั่งสำรองสามารถอาจมองเห็นได้จากบนอัฒจันทร์ ซึ่งการแสดงออกลักษณะนี้ไม่พบเห็นบ่อยนักกับการแข่งขันกีฬาระดับอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สก็อตต์ คูเปอร์ มีสถานะเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งจำเป็นจะต้องเคราพในกฎกติการะเบียบข้อบังคับฯ อย่างเคร่งครัดเพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาฟุตบอลของประเทศให้สูงขึ้นได้ การแสดงออกดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และ กระทำต่อหน้าสาธารณชนซึ่งวิญญูชนทั่วไปพึ่งเข้าใจได้ว่าบุคคลทั่วไปจะสามารถเห็นพฤติกรรมดังกล่าว

คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ สก็อตต์ คูเปอร์ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.6 ห้ามทำหน้าที่นัดต่อไป 2 นัด และ ปรับเงิน 20,000 บาท

ก้าวหน้าอีกระดับ!! ลิเวอร์พูล เตรียมเลื่อนขั้นดัน เจอร์ราร์ด ขึ้นเป็นโค้ชหงส์ชุดเล็ก

The Times สื่อดังของเกาะ อังกฤษ รายงานว่า ลิเวอร์พูล เตรียมปรับบทบาทหน้าที่ให้กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีมขวัญใจสาวก “เดอะค็อป” จากที่ปัจจุบันเป็นโค้ชให้กับ อะคาเดมี่ “หงส์แดง” ขึ้นมาเป็นโค้ชทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปี ในฤดูกาลถัดไป

โดยรายงานเปิดเผยว่า หลังจากที่ เจอร์ราร์ด สร้างความประทับใจในการทำงานกับทีมชุดเยาวชนของ “หงส์แดง” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ เจอร์เกน คล็อปป์ และ อเล็กซ์ อิงเกิลธอร์ป (ผอ.อะคาเดมี่) เชื่อว่าการปรับตำแหน่งหนนี้ จะทำให้ อดีตกองกลางวัย 36 ปี พัฒนาเรื่องการเป็น โค้ช ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรับผิดชอบ และการตัดสินใจต่างๆ จากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของชุด U18

ทั้งนี้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทำสถิติลงสนามรับใช้ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 1998–2015 โดยลงเล่นไปทั้งหมด 710 นัด ยิงประตูได้มากถึง 186 ลูกด้วยกัน

“รัชนก”ตกรอบแรกสิงคโปร์ โอเพ่น/ชวดป้อง3แชมป์

ศึกแบดมินตัน ระดับซูเปอร์ซีรีส์ รายการ “โอยูอี สิงคโปร์ โอเพ่น 2017” ชิงเงินรางวัลรวม 350,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12 ล้านบาท ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบแรก ประเภทหญิงเดี่ยว “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ แชมป์เก่า มืออันดับ 7 ของโลก และมือวางอันดับ 7 พบกับ ซายากะ ซาโตะ มืออันดับ 19 ของโลกจากญี่ปุ่น ผลปรากฎว่า รัชนก ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ พลิกล็อกพ่าย ซาโตะ 0-2 เกม 8-21 และ 18-21 ตกรอบแรกไปแบบพลิกความคาดหมาย

จากการตกรอบครั้งนี้ส่งผลให้ “น้องเมย์” ไม่สามารถป้องกันแชมป์ 3 รายการ ที่เคยสร้างสถิติโลกคว้าแชมป์ระดับซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดต่อกันเมื่อปีที่แล้วเอาไว้ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในรายการ “อินเดีย โอเพ่น 2017” แพ้ให้กับ ซอง จี ฮุน จากเกาหลีใต้ 0-2 เกม 16-21, 20-22 ขณะที่ “มาเลเซีย โอเพ่น 2017” ตกรอบ 8 คนสุดท้าย หลังจากแพ้ให้กับ แคโรไลนา มาริน จากสเปน 1-2 เกม 8-21, 21-18, 12-21 และยังคาดว่าจะส่งผลต่ออันดับโลกของเจ้าตัวที่จะตกลงมาพอสมควรอีกด้วย

ส่วนผลคู่อื่นๆ ของนักแบดมินตันไทย หญิงเดี่ยว “น้องแนต” ณิชชาอร จินดาพล แพ้ ไท่ ซื่อ ยิง มือ 1 ของโลกจากไต้หวัน 0-2 เกม 10-21, 19-21, ชายเดี่ยว “สอง” ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข ชนะ ชอง เฟง เว่ย จากมาเลเซีย 2-0 เกม 21-18, 21-18, คู่ผสม “ต้นน้ำ” นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร-“กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล คู่มืออันดับ 25 ของโลก แพ้ ยูโกะ โคบายาชิ-มิซากะ มัตซูโตโมะ จากญี่ปุ่น 0-2 เกม 23-25, 11-21

โค้ชซิโก้ ดราม่าลงไอจี ตัดพ้อถาม ‘จะมีใครเจ็บอีกมั้ย’

“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ตัดพ้อถามคำถามลงไอจีลูกทีมของเขา “จะมีใครเจ็บอีกมั้ย”…

วันที่ 15 มี.ค. ว่า “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โพสต์รูปก้มหน้าแสดงถึงความกังวล ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมแคปชั่นว่า “จะมีใครเจ็บอีกมั้ย”

ก่อนหน้านี้ ซิโก้ ได้รับข่าวร้ายเมื่อ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวเก่งของทีมได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าต้องพักยาวนานถึง 8 เดือน รวมถึง มานูเอล ทอม ที่ต้องขอถอนตัวจากอาการเจ็บหัวเข่า และล่าสุดก็ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจากเกมช่วยต้นสังกัดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกเมื่อวานที่ผ่านมา
โดย ซิโก้ ก็แสดงความกังวลถึงลูกทีมก่อนการแข่งขันคัดบอลโลกโซนเอเชีย 10 ทีมสุดท้ายกับซาอุดิอาระเบียในวันที่ 23 มีนาคมนี้ ก่อนจะมีแฟนคลับแห่เข้ามากดไลค์มากกว่า 2 หมื่นคนรวมถึงมาให้กำลังใจโค้ชซิโก้กันอย่างมากหน้าหลายตา

สำหรับอาการล่าสุดของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ถือเป็นข่าวดีของทัพช้างศึกเมื่อทีมแพทย์ตรวจอย่างละเอียดระบุว่าอาการของเจ้าอุ้มไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด พัก 2-3 วันก็สามารถกลับมาลงซ้อมได้อีกครั้ง

ผ้ายันต์งานหนัก! บ่อนท้าทาย เปิดราคาล่อนักลงทุน ‘จิ้งจอก’ ซิวแชมป์ชปล.

“William Hill” บ่อนรับพนันถูกกฎหมายเมืองผู้ดี ท้าทายอำนาจมืดเปิดอัตราต่อรองล่อให้นักลงทุนเดิมพัน “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสูงกว่าชาวบ้าน….

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มี.ค. ว่า “วิลเลียม ฮิลล์” บ่อนรับพนันถูกกฎหมายเกาะอังกฤษ เปิดอัตราต่อรองให้นักลงทุนวางเดิมพัน “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จะคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกทรี่อัตราต่อรอง 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน) ซึ่งเป็นอัตราต่อรองมากกว่าทีมอื่น

ภายหลังจากที่ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ได้สร้างประวัติศาตร์ของตัวเองผงาดเข้ารอบ 8 ทีมเป็นครั้งแรก แต่พวกเขาจะต้องเจอกับศึกหนักทั่วสารทิศในการจับสลากประกบคู่ในวันพรุ่งนี้เนื่องจากในรอบ 8 ทีมยังหลงเหลือบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปยืนจังก้าขวางอยู่ไม่ว่าจะเป็น บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิก หรือแม้แต่ ยูเวนตุส
โดยล่าสุด “วิลเลียม ฮิลล์” ก็เปิดอัตราต่อรองวาง “จิ้งจอกสยาม” เป็นเต็งบ๊วยที่จะคว้าแชมป์โดยพร้อมที่จะจ่ายเม็ดเงินก้อนโตหากจิ้งจอกสยามสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ได้จริง

ขณะที่เต็ง 1 คือ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เปิดราคา 3/1 (แทง 1 จ่าย 3 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วยเต็ง 2 คือ บาร์เซโลนา เปิดราคา 11/4 (แทง 4 จ่าย 11 ไม่รวมทุน) ต่อด้วย เรอัล มาดริด แชมป์เก่า 4/1 (แทง 4 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) และ ยูเวนตุส เป็นเต็ง 4 ที่ 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน)

ส่วนอีกสามทีมที่เหลืออย่าง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด และ โมนาโก บ่อนยกให้เป็นเต็ง 5-6-7 ตามลำดับโดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 8/1, 9/1 และ 16/1